Health Exercise For Health Food For Health Diet Tips Health Care

สาวคลั่งผอมต้องอ่าน!!...โรคกลัวอ้วน ภัยร้ายสำหรับคนอยากผอมไม่ลืมหูลืมตา!

    
สาวคลั่งผอมต้องอ่าน!!...โรคกลัวอ้วน ภัยร้ายสำหรับคนอยากผอมไม่ลืมหูลืมตา!

 

          ปฏิเสธไม่ได้เลยนะคะว่าสังคมในปัจจุบันนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างเป็นอย่างมาก ความงามของผู้หญิงในอุดมคติต้องเป็นคนที่มีรูปร่างผอมบาง  ไร้ส่วนเกิน  ไม่ว่าจะเป็นหน้าท้องที่แบนราบ ต้นแขน ต้นขาที่เรียวเล็ก เห็นได้ชัดเจนตามสื่อต่างๆที่ประโคมกันเข้ามา ทั้งดารา พรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ  พริ๊ตตี้ตามงานอีเวนท์ เน็ตไอดอลชื่อดังที่กำลังได้รับความนิยม สิ่งเหล่านี้มักครอบงำความคิดของสาวๆว่า ต้องผอมนะถึงจะเรียกว่าสวย  สาวๆที่มีรูปร่างแตกต่างไปจากที่สังคมชื่นชอบก็จะเสียความมั่นใจ  วิตกกังวลกับรูปร่างของตัวเอง ทำให้หลายๆคนหันมาดูแลตัวเองเพื่อให้ผอมตามแบบพิมพ์นิยม ทั้งๆที่สาวๆบางคนก็ไม่ได้อ้วนมากมาย บางคนผอมแล้วแต่ยังคิดว่าตัวเองอ้วนก็มี

สาวคลั่งผอมต้องอ่าน!!...โรคกลัวอ้วน ภัยร้ายสำหรับคนอยากผอมไม่ลืมหูลืมตา! 	ปฏิเสธไม่ได้เลยนะคะว่าสังคมในปัจจุบันนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างเป็นอย่างมาก ความงามของผู้หญิงในอุดมคติต้องเป็นคนที่มีรูปร่างผอมบาง  ไร้ส่วนเกิน  ไม่ว่าจะเป็นหน้าท้องที่แบนราบ ต้นแขน ต้นขาที่เรียวเล็ก เห็นได้ชัดเจนตามสื่อต่างๆที่ประโคมกันเข้ามา ทั้งดารา พรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ  พริ๊ตตี้ตามงานอีเวนท์ เน็ตไอดอลชื่อดังที่กำลังได้รับความนิยม สิ่งเหล่านี้มักครอบงำความคิดของสาวๆว่า ต้องผอมนะถึงจะเรียกว่าสวย  สาวๆที่มีรูปร่างแตกต่างไปจากที่สังคมชื่นชอบก็จะเสียความมั่นใจ  วิตกกังวลกับรูปร่างของตัวเอง ทำให้หลายๆคนหันมาดูแลตัวเองเพื่อให้ผอมตามแบบพิมพ์นิยม ทั้งๆที่สาวๆบางคนก็ไม่ได้อ้วนมากมาย บางคนผอมแล้วแต่ยังคิดว่าตัวเองอ้วนก็มี  	จริงๆแล้วการที่สาวๆหันมาใส่ใจกับเรื่องรูปร่างก็เป็นสิ่งที่ดี หากปฏิบัติอย่างถูกต้อง และไม่เป็นการทำร้ายตัวเอง เช่น การอดอาหาร  เพราะจะทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย สุดท้ายอาจอันตรายถึงชีวิตได้ อย่างเช่นเรื่องราวที่ Ladytips จะมาเล่าให้ฟังในวันนี้ เป็นเรื่องของโรคชนิดหนึ่งที่สาวๆต้องระวังให้ดี นั่นก็คือ โรคกลัวอ้วน (Anorexia Nervosa) ซึ่งอันตรายต่อชีวิตและจิตใจของผู้ป่วยอย่างมาก เราไปรู้จักกับโรคที่ว่านี้กันดีกว่าค่ะ  (รูป) รู้จักกับโรคกลัวอ้วน           โรคกลัวอ้วน (Anorexia Nervosa) เป็นภาวะที่บุคคลปฏิเสธที่จะรับประทานอาหารเพื่อคงน้ำหนักไว้ในระดับปกติ โดยมีทัศนคติที่ผิดต่อรูปร่าง และน้ำหนักตัวผิดปกติ คนที่เป็นโรคนี้ จะเป็นคนที่กลัวอ้วน กลัวเอามาก ๆ เห็นน้ำหนักตัวเองเป็นศัตรู ปฏิเสธอาหารอย่างรุนแรงจนผ่ายผอม            คนในสังคมปัจจุบันสนใจน้ำหนักตัว ไม่ต้องการอ้วน ไม่ต้องการหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน คาดว่ามีผู้ป่วยโรคกลัวอ้วนเสียจนผอมเกินไปราวร้อยละ 0.5-1.8 ของประชากร มีผู้ป่วยรายใหม่เกิดขึ้นราว 5-10 รายต่อประชากร 1 แสนคน พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายหลายเท่า ในผู้ป่วยทั้งหมดจะเป็นผู้ชาย ไม่เกินร้อยละ 5-10  (รูป)  สาเหตุ           ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยทางพันธุกรรม ผู้ป่วยมักเป็นวัยรุ่นที่เป็นเด็กดี หรือเด็กตัวอย่าง ส่วนใหญ่มักมีบุคลิกภาพที่สมบูรณ์แบบ ย้ำคิดย้ำทำ ขาดทักษะในการใช้ชีวิตในสังคม มีความเป็นตัวของตัวเอง มีปัญหาความขัดแย้งในจิตใจเรื่องความเป็นตัวของตัวเอง รู้สึกไม่มีค่า มักทำตามความคาดหวังของผู้อื่นเพื่อให้ผู้อื่นยอมรับ           นอกจากนี้ ยังเกิดจากการมองภาพตนเองบิดเบือน มองเห็นสัดส่วนร่างกายอ้วนไป ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้อ้วน มักปฏิเสธว่าไม่หิว ไม่ป่วย บอกว่าสบายดี มักแยกแยะความหิวไม่ได้ บางรายพบปัจจัยที่เกี่ยวกับครอบครัว ถูกเลี้ยงดูแบบใกล้ชิด หรือปกป้องมากเกินไป  โดยปัจจัยทางสังคมที่สำคัญ ได้แก่ ค่านิยมยึดติดอยู่กับความผอมบาง ต้องการสวย เชื่อว่าผู้หญิงผอม คือ แฟชั่น คิดว่าคนอ้วนเป็นคนที่ดูแลตนเองไม่ดี หรือคิดว่าคุณค่าวัยรุ่นขึ้นอยู่กับรูปร่างหน้าตาที่น่ารักหรือหุ่นดี (รูป) อาการ ผู้เป็นโรคนี้จะไม่ยอมกินอะไรเลย แต่มีนิสัยชอบทำอาหารมากๆ ทั้งที่ทำแจกคนอื่นและทำซุกเก็บไว้ตามที่ต่างๆ ทั่วบ้าน ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีน้ำหนักต่ำกว่าคนทั่วไปราวร้อยละ 15  รูปร่างผอมจนซูบซีดเพราะขาดสารอาหาร ผู้ป่วยจะกลัวมาก ๆ เกี่ยวกับการที่น้ำหนักเพิ่มขึ้น และที่แปลกคือ เมื่อยิ่งผอม น้ำหนักลด กลับยิ่งกลัวมากขึ้นไปอีก ความกลัวน้ำหนักเพิ่มนั้น มากเสียยิ่งกว่ากลัวตายจากการปฏิเสธอาหาร แทนที่จะรู้สึกผ่อนคลายหรือเบาใจ เมื่อน้ำหนักลดลงได้เขากลับกลัวมากขึ้นไปอีก  นอกจากนี้ยังขี้โมโห ฉุนเฉียวง่าย ความดันโลหิตต่ำ ชีพจรเต้นช้า มักบ่นว่าหนาว ผมร่วง ผิวหนังแห้ง ซีดเซียว ขาดสมาธิ ประจำเดือนขาดเนื่องจากผอมเกินไป มีฮอร์โมนเอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน และคอร์ติซอลผิดปกติ จนเกิดโรคกระดูกพรุนได้ง่าย ทั้งนี้ผู้ ป่วยอาจเข้าใจผิดคิดว่าสามารถกินยาคุมกำเนิดเพื่อชดเชยฮอร์โมนที่ขาดไป เหมือนในผู้หญิงวัยทองได้ แต่ในความเป็นจริง กลไกการหมดประจำเดือนของผู้ที่เป็นโรคกลัวอ้วนนี้จะแตกต่างจากหญิงในวัยทอง จึงไม่สามารถกินฮอร์โมนชดเชยได้ ผู้ป่วยเป็นโรคนี้มักไม่สังเกตตัวเอง และไม่อยากรับการรักษา แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาก็จะมีอันตรายร้ายแรงถึงขั้น เสียชีวิตได้เนื่องจากขาดสารอาหาร นอกจากนี้คนไข้ส่วนใหญ่ยังมักเสียชีวิต จากการฆ่าตัวตายเพราะปัญหาสุขภาพรุมเร้า           โรคนี้ยังถือเป็นความผิดปกติทางจิตใจชนิดหนึ่ง โดยมีความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับน้ำหนักและรูปร่างตัวเอง บางคนยังเชื่อว่า น้ำหนักมากเกินไป ทั้ง ๆ ที่ความจริงอยู่ในขั้นผอมแห้ง บางคนเชื่อว่าอวัยวะบางส่วนของตัวอ้วนไป ความคิดเต็มไปด้วยเรื่องเกี่ยวกับอาหาร น้ำหนักตัว และการควบคุมอาหาร ในที่สุดเมื่อสนใจแต่เรื่องพวกนี้ ก็จะไม่มีเวลาสนใจเรื่องอื่น  ทำให้การเรียน การทำงาน และมนุษยสัมพันธ์แย่ลง       (รูป) พฤติกรรมของผู้ป่วยมี  2 แบบ คือ  1. แบบจำกัด หมายถึง จะรับประทานอาหารน้อย และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีพลังงานสูง พวกนี้มักจะออกกำลังกายมากและหนัก  2. แบบกินมาก ออกมาก หมายถึง เมื่อรับประทานอาหารแล้วใช้วิธีทำให้ตัวเองอาเจียน ใช้ยาถ่าย ยาขับปัสสาวะ หรือสวนอุจจาระ ผู้ป่วยมักมีความประพฤติแบบย้ำคิด-ย้ำทำร่วมด้วย ชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยพิธีรีตอง ส่วนตัวอาจนับเมล็ดข้าวที่รับประทาน คำนวณพลังงานที่ได้จากอาหาร ชั่งน้ำหนัก วัดสัดส่วนของร่างกาย ผู้ป่วยโรคนี้จะปฏิเสธความเจ็บป่วยของตัวเองไม่ยอมรับว่าป่วย ทำให้รักษาลำบาก คิดว่าความคิดตนเองถูกต้อง ส่วนคนอื่นต่างหากที่เพี้ยนไป การรักษา -  ประเมินว่าผู้ป่วยมีโรคอื่นร่วมด้วยหรือไม่ และมีโรคแทรกซ้อนอะไรบ้าง                -  เป้าหมายเบื้องต้นในการรักษาคือ ป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเสียชีวิตจากการอดอาหาร ผู้ป่วย และครอบครัว จะได้รับคำแนะนำและอธิบายถึงแผนการรักษา           	-  นักกำหนดอาหาร นักโภชนาการ นักจิตวิทยา และจิตแพทย์ ล้วนมีความสำคัญในการร่วมทีมรักษา เริ่มแรกต้องค่อย ๆ เพิ่มอาหาร เพื่อป้องกันกระเพาะขยายตัว ป้องกันการบวมและหัวใจล้มเหลว           	-  บางกรณีต้องรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล เช่น ผู้ป่วยที่น้ำหนักลดมากกว่าร้อยละ 30 ของน้ำหนักปกติ ผู้ป่วยที่มีความคิดฆ่าตัวตาย ผู้ป่วยที่ติดยาระบาย หรือยาขับปัสสาวะและกรณีที่รักษาแบบผู้ป่วยนอกแล้วไม่ได้ผล  	  -การรักษาในโรงพยาบาลจะใช้เวลาประมาณ 10-12 สัปดาห์ จึงจะเพียงพอสำหรับการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ก่อนให้ผู้ป่วยกลับบ้าน ควรลองปล่อยผู้ป่วยกลับบ้านเฉพาะวันหยุดดูก่อน เพื่อปรับตัวสักระยะหนึ่ง เมื่อกลับบ้านได้แล้วยังต้องนัดกลับมาติดตามการรักษาไปอีกเป็นเดือน หรือเป็นปีทีเดียว เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ -  เริ่มการรักษาทางจิตตั้งแต่แรก และติดตามไปเรื่อย ๆ จนผู้ป่วยปกติ -  พฤติกรรมบำบัดมีส่วนในการรักษามาก ทั้งวิธีให้รางวัลและลงโทษ -  ในผู้ป่วยอายุน้อยการใช้วิธีครอบครัวบำบัดจะได้ผลดีมาก ต้องระลึกเสมอว่าโรคนี้มีผลกระทบต่อครอบครัวทั้งหมด การให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวเพื่อแก้ปัญหาในสิ่งแวดล้อมของครอบครัว จะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น   การดูแลและวิธีแก้ไข -	ส่งเสริมให้วัยรุ่นมีความเชื่อมั่นในตนเอง -	 เสริมพลังอำนาจในตนเองให้รู้สึกว่าสามารถควบคุมเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ -	เรียนรู้ที่จะเคารพตนเอง เชื่อว่าตนเองเป็นอิสระ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ ครอบครัว หรือสังคมเท่านั้น -	 รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และครบ 5 หมู่ -	 ส่งเสริมทักษะในการใช้ชีวิตในสังคมร่วมกับผู้อื่น   รู้อย่างนี้แล้ว สาวๆก็ลองสังเกตพฤติกรรมตัวเองกันดูนะคะว่าเข้าข่ายเป็นโรคกลัวอันหรือไม่ ถ้ารู้สึกว่ามีแนวโน้มแล้วล่ะก็ รีบแก้ไขให้ไวก่อนจะสายไปนะคะ สุดท้ายนี้ก็อยากจะฝากให้สาวๆทุกคนหันมาดูแลตัวเองกันให้ถูกวิธี  ใส่ใจสุขภาพกันสักนิด อย่ามัวแต่คลั่งไคล้ความผอมจนละเลยสุขภาพ เพราะถ้าผอมแห้งแต่เหมือนคนขี้โรค  จะไปน่ามองเท่ากับร่างกายที่ดูสุขภาพดีและแข็งแรงได้ยังไงล่ะคะ  ลองเริ่มจากการเปิดใจยอมรับ พอใจในสิ่งที่เราเป็น แล้วชีวิตจะมีความสุขแน่นอนค่ะ

สาวคลั่งผอมต้องอ่าน!!...โรคกลัวอ้วน ภัยร้ายสำหรับคนอยากผอมไม่ลืมหูลืมตา!

 

          จริงๆแล้วการที่สาวๆหันมาใส่ใจกับเรื่องรูปร่างก็เป็นสิ่งที่ดี หากปฏิบัติอย่างถูกต้อง และไม่เป็นการทำร้ายตัวเอง เช่น การอดอาหาร  เพราะจะทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย สุดท้ายอาจอันตรายถึงชีวิตได้ อย่างเช่นเรื่องราวที่ Ladytips จะมาเล่าให้ฟังในวันนี้ เป็นเรื่องของโรคชนิดหนึ่งที่สาวๆต้องระวังให้ดี นั่นก็คือ โรคกลัวอ้วน (Anorexia Nervosa) ซึ่งอันตรายต่อชีวิตและจิตใจของผู้ป่วยอย่างมาก เราไปรู้จักกับโรคที่ว่านี้กันดีกว่าค่ะ

สาวคลั่งผอมต้องอ่าน!!...โรคกลัวอ้วน ภัยร้ายสำหรับคนอยากผอมไม่ลืมหูลืมตา! 	ปฏิเสธไม่ได้เลยนะคะว่าสังคมในปัจจุบันนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างเป็นอย่างมาก ความงามของผู้หญิงในอุดมคติต้องเป็นคนที่มีรูปร่างผอมบาง  ไร้ส่วนเกิน  ไม่ว่าจะเป็นหน้าท้องที่แบนราบ ต้นแขน ต้นขาที่เรียวเล็ก เห็นได้ชัดเจนตามสื่อต่างๆที่ประโคมกันเข้ามา ทั้งดารา พรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ  พริ๊ตตี้ตามงานอีเวนท์ เน็ตไอดอลชื่อดังที่กำลังได้รับความนิยม สิ่งเหล่านี้มักครอบงำความคิดของสาวๆว่า ต้องผอมนะถึงจะเรียกว่าสวย  สาวๆที่มีรูปร่างแตกต่างไปจากที่สังคมชื่นชอบก็จะเสียความมั่นใจ  วิตกกังวลกับรูปร่างของตัวเอง ทำให้หลายๆคนหันมาดูแลตัวเองเพื่อให้ผอมตามแบบพิมพ์นิยม ทั้งๆที่สาวๆบางคนก็ไม่ได้อ้วนมากมาย บางคนผอมแล้วแต่ยังคิดว่าตัวเองอ้วนก็มี  	จริงๆแล้วการที่สาวๆหันมาใส่ใจกับเรื่องรูปร่างก็เป็นสิ่งที่ดี หากปฏิบัติอย่างถูกต้อง และไม่เป็นการทำร้ายตัวเอง เช่น การอดอาหาร  เพราะจะทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย สุดท้ายอาจอันตรายถึงชีวิตได้ อย่างเช่นเรื่องราวที่ Ladytips จะมาเล่าให้ฟังในวันนี้ เป็นเรื่องของโรคชนิดหนึ่งที่สาวๆต้องระวังให้ดี นั่นก็คือ โรคกลัวอ้วน (Anorexia Nervosa) ซึ่งอันตรายต่อชีวิตและจิตใจของผู้ป่วยอย่างมาก เราไปรู้จักกับโรคที่ว่านี้กันดีกว่าค่ะ  (รูป) รู้จักกับโรคกลัวอ้วน           โรคกลัวอ้วน (Anorexia Nervosa) เป็นภาวะที่บุคคลปฏิเสธที่จะรับประทานอาหารเพื่อคงน้ำหนักไว้ในระดับปกติ โดยมีทัศนคติที่ผิดต่อรูปร่าง และน้ำหนักตัวผิดปกติ คนที่เป็นโรคนี้ จะเป็นคนที่กลัวอ้วน กลัวเอามาก ๆ เห็นน้ำหนักตัวเองเป็นศัตรู ปฏิเสธอาหารอย่างรุนแรงจนผ่ายผอม            คนในสังคมปัจจุบันสนใจน้ำหนักตัว ไม่ต้องการอ้วน ไม่ต้องการหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน คาดว่ามีผู้ป่วยโรคกลัวอ้วนเสียจนผอมเกินไปราวร้อยละ 0.5-1.8 ของประชากร มีผู้ป่วยรายใหม่เกิดขึ้นราว 5-10 รายต่อประชากร 1 แสนคน พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายหลายเท่า ในผู้ป่วยทั้งหมดจะเป็นผู้ชาย ไม่เกินร้อยละ 5-10  (รูป)  สาเหตุ           ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยทางพันธุกรรม ผู้ป่วยมักเป็นวัยรุ่นที่เป็นเด็กดี หรือเด็กตัวอย่าง ส่วนใหญ่มักมีบุคลิกภาพที่สมบูรณ์แบบ ย้ำคิดย้ำทำ ขาดทักษะในการใช้ชีวิตในสังคม มีความเป็นตัวของตัวเอง มีปัญหาความขัดแย้งในจิตใจเรื่องความเป็นตัวของตัวเอง รู้สึกไม่มีค่า มักทำตามความคาดหวังของผู้อื่นเพื่อให้ผู้อื่นยอมรับ           นอกจากนี้ ยังเกิดจากการมองภาพตนเองบิดเบือน มองเห็นสัดส่วนร่างกายอ้วนไป ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้อ้วน มักปฏิเสธว่าไม่หิว ไม่ป่วย บอกว่าสบายดี มักแยกแยะความหิวไม่ได้ บางรายพบปัจจัยที่เกี่ยวกับครอบครัว ถูกเลี้ยงดูแบบใกล้ชิด หรือปกป้องมากเกินไป  โดยปัจจัยทางสังคมที่สำคัญ ได้แก่ ค่านิยมยึดติดอยู่กับความผอมบาง ต้องการสวย เชื่อว่าผู้หญิงผอม คือ แฟชั่น คิดว่าคนอ้วนเป็นคนที่ดูแลตนเองไม่ดี หรือคิดว่าคุณค่าวัยรุ่นขึ้นอยู่กับรูปร่างหน้าตาที่น่ารักหรือหุ่นดี (รูป) อาการ ผู้เป็นโรคนี้จะไม่ยอมกินอะไรเลย แต่มีนิสัยชอบทำอาหารมากๆ ทั้งที่ทำแจกคนอื่นและทำซุกเก็บไว้ตามที่ต่างๆ ทั่วบ้าน ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีน้ำหนักต่ำกว่าคนทั่วไปราวร้อยละ 15  รูปร่างผอมจนซูบซีดเพราะขาดสารอาหาร ผู้ป่วยจะกลัวมาก ๆ เกี่ยวกับการที่น้ำหนักเพิ่มขึ้น และที่แปลกคือ เมื่อยิ่งผอม น้ำหนักลด กลับยิ่งกลัวมากขึ้นไปอีก ความกลัวน้ำหนักเพิ่มนั้น มากเสียยิ่งกว่ากลัวตายจากการปฏิเสธอาหาร แทนที่จะรู้สึกผ่อนคลายหรือเบาใจ เมื่อน้ำหนักลดลงได้เขากลับกลัวมากขึ้นไปอีก  นอกจากนี้ยังขี้โมโห ฉุนเฉียวง่าย ความดันโลหิตต่ำ ชีพจรเต้นช้า มักบ่นว่าหนาว ผมร่วง ผิวหนังแห้ง ซีดเซียว ขาดสมาธิ ประจำเดือนขาดเนื่องจากผอมเกินไป มีฮอร์โมนเอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน และคอร์ติซอลผิดปกติ จนเกิดโรคกระดูกพรุนได้ง่าย ทั้งนี้ผู้ ป่วยอาจเข้าใจผิดคิดว่าสามารถกินยาคุมกำเนิดเพื่อชดเชยฮอร์โมนที่ขาดไป เหมือนในผู้หญิงวัยทองได้ แต่ในความเป็นจริง กลไกการหมดประจำเดือนของผู้ที่เป็นโรคกลัวอ้วนนี้จะแตกต่างจากหญิงในวัยทอง จึงไม่สามารถกินฮอร์โมนชดเชยได้ ผู้ป่วยเป็นโรคนี้มักไม่สังเกตตัวเอง และไม่อยากรับการรักษา แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาก็จะมีอันตรายร้ายแรงถึงขั้น เสียชีวิตได้เนื่องจากขาดสารอาหาร นอกจากนี้คนไข้ส่วนใหญ่ยังมักเสียชีวิต จากการฆ่าตัวตายเพราะปัญหาสุขภาพรุมเร้า           โรคนี้ยังถือเป็นความผิดปกติทางจิตใจชนิดหนึ่ง โดยมีความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับน้ำหนักและรูปร่างตัวเอง บางคนยังเชื่อว่า น้ำหนักมากเกินไป ทั้ง ๆ ที่ความจริงอยู่ในขั้นผอมแห้ง บางคนเชื่อว่าอวัยวะบางส่วนของตัวอ้วนไป ความคิดเต็มไปด้วยเรื่องเกี่ยวกับอาหาร น้ำหนักตัว และการควบคุมอาหาร ในที่สุดเมื่อสนใจแต่เรื่องพวกนี้ ก็จะไม่มีเวลาสนใจเรื่องอื่น  ทำให้การเรียน การทำงาน และมนุษยสัมพันธ์แย่ลง       (รูป) พฤติกรรมของผู้ป่วยมี  2 แบบ คือ  1. แบบจำกัด หมายถึง จะรับประทานอาหารน้อย และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีพลังงานสูง พวกนี้มักจะออกกำลังกายมากและหนัก  2. แบบกินมาก ออกมาก หมายถึง เมื่อรับประทานอาหารแล้วใช้วิธีทำให้ตัวเองอาเจียน ใช้ยาถ่าย ยาขับปัสสาวะ หรือสวนอุจจาระ ผู้ป่วยมักมีความประพฤติแบบย้ำคิด-ย้ำทำร่วมด้วย ชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยพิธีรีตอง ส่วนตัวอาจนับเมล็ดข้าวที่รับประทาน คำนวณพลังงานที่ได้จากอาหาร ชั่งน้ำหนัก วัดสัดส่วนของร่างกาย ผู้ป่วยโรคนี้จะปฏิเสธความเจ็บป่วยของตัวเองไม่ยอมรับว่าป่วย ทำให้รักษาลำบาก คิดว่าความคิดตนเองถูกต้อง ส่วนคนอื่นต่างหากที่เพี้ยนไป การรักษา -  ประเมินว่าผู้ป่วยมีโรคอื่นร่วมด้วยหรือไม่ และมีโรคแทรกซ้อนอะไรบ้าง                -  เป้าหมายเบื้องต้นในการรักษาคือ ป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเสียชีวิตจากการอดอาหาร ผู้ป่วย และครอบครัว จะได้รับคำแนะนำและอธิบายถึงแผนการรักษา           	-  นักกำหนดอาหาร นักโภชนาการ นักจิตวิทยา และจิตแพทย์ ล้วนมีความสำคัญในการร่วมทีมรักษา เริ่มแรกต้องค่อย ๆ เพิ่มอาหาร เพื่อป้องกันกระเพาะขยายตัว ป้องกันการบวมและหัวใจล้มเหลว           	-  บางกรณีต้องรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล เช่น ผู้ป่วยที่น้ำหนักลดมากกว่าร้อยละ 30 ของน้ำหนักปกติ ผู้ป่วยที่มีความคิดฆ่าตัวตาย ผู้ป่วยที่ติดยาระบาย หรือยาขับปัสสาวะและกรณีที่รักษาแบบผู้ป่วยนอกแล้วไม่ได้ผล  	  -การรักษาในโรงพยาบาลจะใช้เวลาประมาณ 10-12 สัปดาห์ จึงจะเพียงพอสำหรับการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ก่อนให้ผู้ป่วยกลับบ้าน ควรลองปล่อยผู้ป่วยกลับบ้านเฉพาะวันหยุดดูก่อน เพื่อปรับตัวสักระยะหนึ่ง เมื่อกลับบ้านได้แล้วยังต้องนัดกลับมาติดตามการรักษาไปอีกเป็นเดือน หรือเป็นปีทีเดียว เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ -  เริ่มการรักษาทางจิตตั้งแต่แรก และติดตามไปเรื่อย ๆ จนผู้ป่วยปกติ -  พฤติกรรมบำบัดมีส่วนในการรักษามาก ทั้งวิธีให้รางวัลและลงโทษ -  ในผู้ป่วยอายุน้อยการใช้วิธีครอบครัวบำบัดจะได้ผลดีมาก ต้องระลึกเสมอว่าโรคนี้มีผลกระทบต่อครอบครัวทั้งหมด การให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวเพื่อแก้ปัญหาในสิ่งแวดล้อมของครอบครัว จะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น   การดูแลและวิธีแก้ไข -	ส่งเสริมให้วัยรุ่นมีความเชื่อมั่นในตนเอง -	 เสริมพลังอำนาจในตนเองให้รู้สึกว่าสามารถควบคุมเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ -	เรียนรู้ที่จะเคารพตนเอง เชื่อว่าตนเองเป็นอิสระ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ ครอบครัว หรือสังคมเท่านั้น -	 รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และครบ 5 หมู่ -	 ส่งเสริมทักษะในการใช้ชีวิตในสังคมร่วมกับผู้อื่น   รู้อย่างนี้แล้ว สาวๆก็ลองสังเกตพฤติกรรมตัวเองกันดูนะคะว่าเข้าข่ายเป็นโรคกลัวอันหรือไม่ ถ้ารู้สึกว่ามีแนวโน้มแล้วล่ะก็ รีบแก้ไขให้ไวก่อนจะสายไปนะคะ สุดท้ายนี้ก็อยากจะฝากให้สาวๆทุกคนหันมาดูแลตัวเองกันให้ถูกวิธี  ใส่ใจสุขภาพกันสักนิด อย่ามัวแต่คลั่งไคล้ความผอมจนละเลยสุขภาพ เพราะถ้าผอมแห้งแต่เหมือนคนขี้โรค  จะไปน่ามองเท่ากับร่างกายที่ดูสุขภาพดีและแข็งแรงได้ยังไงล่ะคะ  ลองเริ่มจากการเปิดใจยอมรับ พอใจในสิ่งที่เราเป็น แล้วชีวิตจะมีความสุขแน่นอนค่ะ

สาวคลั่งผอมต้องอ่าน!!...โรคกลัวอ้วน ภัยร้ายสำหรับคนอยากผอมไม่ลืมหูลืมตา!

 

รู้จักกับโรคกลัวอ้วน

          โรคกลัวอ้วน (Anorexia Nervosa) เป็นภาวะที่บุคคลปฏิเสธที่จะรับประทานอาหารเพื่อคงน้ำหนักไว้ในระดับปกติ โดยมีทัศนคติที่ผิดต่อรูปร่าง และน้ำหนักตัวผิดปกติ คนที่เป็นโรคนี้ จะเป็นคนที่กลัวอ้วน กลัวเอามาก ๆ เห็นน้ำหนักตัวเองเป็นศัตรู ปฏิเสธอาหารอย่างรุนแรงจนผ่ายผอม

          คนในสังคมปัจจุบันสนใจน้ำหนักตัว ไม่ต้องการอ้วน ไม่ต้องการหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน คาดว่ามีผู้ป่วยโรคกลัวอ้วนเสียจนผอมเกินไปราวร้อยละ 0.5-1.8 ของประชากร มีผู้ป่วยรายใหม่เกิดขึ้นราว 5-10 รายต่อประชากร 1 แสนคน พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายหลายเท่า ในผู้ป่วยทั้งหมดจะเป็นผู้ชาย ไม่เกินร้อยละ 5-10

สาวคลั่งผอมต้องอ่าน!!...โรคกลัวอ้วน ภัยร้ายสำหรับคนอยากผอมไม่ลืมหูลืมตา!

สาวคลั่งผอมต้องอ่าน!!...โรคกลัวอ้วน ภัยร้ายสำหรับคนอยากผอมไม่ลืมหูลืมตา!

 

 สาเหตุ

          ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยทางพันธุกรรม ผู้ป่วยมักเป็นวัยรุ่นที่เป็นเด็กดี หรือเด็กตัวอย่าง ส่วนใหญ่มักมีบุคลิกภาพที่สมบูรณ์แบบ ย้ำคิดย้ำทำ ขาดทักษะในการใช้ชีวิตในสังคม มีความเป็นตัวของตัวเอง มีปัญหาความขัดแย้งในจิตใจเรื่องความเป็นตัวของตัวเอง รู้สึกไม่มีค่า มักทำตามความคาดหวังของผู้อื่นเพื่อให้ผู้อื่นยอมรับ

          นอกจากนี้ ยังเกิดจากการมองภาพตนเองบิดเบือน มองเห็นสัดส่วนร่างกายอ้วนไป ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้อ้วน มักปฏิเสธว่าไม่หิว ไม่ป่วย บอกว่าสบายดี มักแยกแยะความหิวไม่ได้ บางรายพบปัจจัยที่เกี่ยวกับครอบครัว ถูกเลี้ยงดูแบบใกล้ชิด หรือปกป้องมากเกินไป  โดยปัจจัยทางสังคมที่สำคัญ ได้แก่ ค่านิยมยึดติดอยู่กับความผอมบาง ต้องการสวย เชื่อว่าผู้หญิงผอม คือ แฟชั่น คิดว่าคนอ้วนเป็นคนที่ดูแลตนเองไม่ดี หรือคิดว่าคุณค่าวัยรุ่นขึ้นอยู่กับรูปร่างหน้าตาที่น่ารักหรือหุ่นดี

สาวคลั่งผอมต้องอ่าน!!...โรคกลัวอ้วน ภัยร้ายสำหรับคนอยากผอมไม่ลืมหูลืมตา!

สาวคลั่งผอมต้องอ่าน!!...โรคกลัวอ้วน ภัยร้ายสำหรับคนอยากผอมไม่ลืมหูลืมตา!

 

อาการ

           ผู้เป็นโรคนี้จะไม่ยอมกินอะไรเลย แต่มีนิสัยชอบทำอาหารมากๆ ทั้งที่ทำแจกคนอื่นและทำซุกเก็บไว้ตามที่ต่างๆ ทั่วบ้าน ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีน้ำหนักต่ำกว่าคนทั่วไปราวร้อยละ 15  รูปร่างผอมจนซูบซีดเพราะขาดสารอาหาร ผู้ป่วยจะกลัวมาก ๆ เกี่ยวกับการที่น้ำหนักเพิ่มขึ้น และที่แปลกคือ เมื่อยิ่งผอม น้ำหนักลด กลับยิ่งกลัวมากขึ้นไปอีก ความกลัวน้ำหนักเพิ่มนั้น มากเสียยิ่งกว่ากลัวตายจากการปฏิเสธอาหาร แทนที่จะรู้สึกผ่อนคลายหรือเบาใจ เมื่อน้ำหนักลดลงได้เขากลับกลัวมากขึ้นไปอีก

           นอกจากนี้ยังขี้โมโห ฉุนเฉียวง่าย ความดันโลหิตต่ำ ชีพจรเต้นช้า มักบ่นว่าหนาว ผมร่วง ผิวหนังแห้ง ซีดเซียว ขาดสมาธิ ประจำเดือนขาดเนื่องจากผอมเกินไป มีฮอร์โมนเอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน และคอร์ติซอลผิดปกติ จนเกิดโรคกระดูกพรุนได้ง่าย ทั้งนี้ผู้ ป่วยอาจเข้าใจผิดคิดว่าสามารถกินยาคุมกำเนิดเพื่อชดเชยฮอร์โมนที่ขาดไป เหมือนในผู้หญิงวัยทองได้ แต่ในความเป็นจริง กลไกการหมดประจำเดือนของผู้ที่เป็นโรคกลัวอ้วนนี้จะแตกต่างจากหญิงในวัยทอง จึงไม่สามารถกินฮอร์โมนชดเชยได้ ผู้ป่วยเป็นโรคนี้มักไม่สังเกตตัวเอง และไม่อยากรับการรักษา แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาก็จะมีอันตรายร้ายแรงถึงขั้น เสียชีวิตได้เนื่องจากขาดสารอาหาร นอกจากนี้คนไข้ส่วนใหญ่ยังมักเสียชีวิต จากการฆ่าตัวตายเพราะปัญหาสุขภาพรุมเร้า

สาวคลั่งผอมต้องอ่าน!!...โรคกลัวอ้วน ภัยร้ายสำหรับคนอยากผอมไม่ลืมหูลืมตา!

สาวคลั่งผอมต้องอ่าน!!...โรคกลัวอ้วน ภัยร้ายสำหรับคนอยากผอมไม่ลืมหูลืมตา!

          โรคนี้ยังถือเป็นความผิดปกติทางจิตใจชนิดหนึ่ง โดยมีความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับน้ำหนักและรูปร่างตัวเอง บางคนยังเชื่อว่า น้ำหนักมากเกินไป ทั้ง ๆ ที่ความจริงอยู่ในขั้นผอมแห้ง บางคนเชื่อว่าอวัยวะบางส่วนของตัวอ้วนไป ความคิดเต็มไปด้วยเรื่องเกี่ยวกับอาหาร น้ำหนักตัว และการควบคุมอาหาร ในที่สุดเมื่อสนใจแต่เรื่องพวกนี้ ก็จะไม่มีเวลาสนใจเรื่องอื่น  ทำให้การเรียน การทำงาน และมนุษยสัมพันธ์แย่ลง

      

พฤติกรรมของผู้ป่วยมี  2 แบบ คือ

 1. แบบจำกัด หมายถึง จะรับประทานอาหารน้อย และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีพลังงานสูง พวกนี้มักจะออกกำลังกายมากและหนัก

สาวคลั่งผอมต้องอ่าน!!...โรคกลัวอ้วน ภัยร้ายสำหรับคนอยากผอมไม่ลืมหูลืมตา!

 2. แบบกินมาก ออกมาก หมายถึง เมื่อรับประทานอาหารแล้วใช้วิธีทำให้ตัวเองอาเจียน ใช้ยาถ่าย ยาขับปัสสาวะ หรือสวนอุจจาระ

สาวคลั่งผอมต้องอ่าน!!...โรคกลัวอ้วน ภัยร้ายสำหรับคนอยากผอมไม่ลืมหูลืมตา!

           ผู้ป่วยมักมีความประพฤติแบบย้ำคิด-ย้ำทำร่วมด้วย ชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยพิธีรีตอง ส่วนตัวอาจนับเมล็ดข้าวที่รับประทาน คำนวณพลังงานที่ได้จากอาหาร ชั่งน้ำหนัก วัดสัดส่วนของร่างกาย ผู้ป่วยโรคนี้จะปฏิเสธความเจ็บป่วยของตัวเองไม่ยอมรับว่าป่วย ทำให้รักษาลำบาก คิดว่าความคิดตนเองถูกต้อง ส่วนคนอื่นต่างหากที่เพี้ยนไป

 

การรักษา

               -  ประเมินว่าผู้ป่วยมีโรคอื่นร่วมด้วยหรือไม่ และมีโรคแทรกซ้อนอะไรบ้าง

               -  เป้าหมายเบื้องต้นในการรักษาคือ ป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเสียชีวิตจากการอดอาหาร ผู้ป่วย และครอบครัว จะได้รับคำแนะนำและอธิบายถึงแผนการรักษา

                -  นักกำหนดอาหาร นักโภชนาการ นักจิตวิทยา และจิตแพทย์ ล้วนมีความสำคัญในการร่วมทีมรักษา เริ่มแรกต้องค่อย ๆ เพิ่มอาหาร เพื่อป้องกันกระเพาะขยายตัว ป้องกันการบวมและหัวใจล้มเหลว

                -  บางกรณีต้องรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล เช่น ผู้ป่วยที่น้ำหนักลดมากกว่าร้อยละ 30 ของน้ำหนักปกติ ผู้ป่วยที่มีความคิดฆ่าตัวตาย ผู้ป่วยที่ติดยาระบาย หรือยาขับปัสสาวะและกรณีที่รักษาแบบผู้ป่วยนอกแล้วไม่ได้ผล

                 - การรักษาในโรงพยาบาลจะใช้เวลาประมาณ 10-12 สัปดาห์ จึงจะเพียงพอสำหรับการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ก่อนให้ผู้ป่วยกลับบ้าน ควรลองปล่อยผู้ป่วยกลับบ้านเฉพาะวันหยุดดูก่อน เพื่อปรับตัวสักระยะหนึ่ง เมื่อกลับบ้านได้แล้วยังต้องนัดกลับมาติดตามการรักษาไปอีกเป็นเดือน หรือเป็นปีทีเดียว เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

   -  เริ่มการรักษาทางจิตตั้งแต่แรก และติดตามไปเรื่อย ๆ จนผู้ป่วยปกติ

   -  พฤติกรรมบำบัดมีส่วนในการรักษามาก ทั้งวิธีให้รางวัลและลงโทษ

   -  ในผู้ป่วยอายุน้อยการใช้วิธีครอบครัวบำบัดจะได้ผลดีมาก ต้องระลึกเสมอว่าโรคนี้มีผลกระทบต่อครอบครัวทั้งหมด การให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวเพื่อแก้ปัญหาในสิ่งแวดล้อมของครอบครัว จะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

สาวคลั่งผอมต้องอ่าน!!...โรคกลัวอ้วน ภัยร้ายสำหรับคนอยากผอมไม่ลืมหูลืมตา!

สาวคลั่งผอมต้องอ่าน!!...โรคกลัวอ้วน ภัยร้ายสำหรับคนอยากผอมไม่ลืมหูลืมตา!

 

 การดูแลและวิธีแก้ไข

-          ส่งเสริมให้วัยรุ่นมีความเชื่อมั่นในตนเอง

-           เสริมพลังอำนาจในตนเองให้รู้สึกว่าสามารถควบคุมเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้

-          เรียนรู้ที่จะเคารพตนเอง เชื่อว่าตนเองเป็นอิสระ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ ครอบครัว หรือ            สังคมเท่านั้น

-           รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และครบ 5 หมู่

-           ส่งเสริมทักษะในการใช้ชีวิตในสังคมร่วมกับผู้อื่น

 

สาวคลั่งผอมต้องอ่าน!!...โรคกลัวอ้วน ภัยร้ายสำหรับคนอยากผอมไม่ลืมหูลืมตา!

สาวคลั่งผอมต้องอ่าน!!...โรคกลัวอ้วน ภัยร้ายสำหรับคนอยากผอมไม่ลืมหูลืมตา!

 

              รู้อย่างนี้แล้ว สาวๆก็ลองสังเกตพฤติกรรมตัวเองกันดูนะคะว่าเข้าข่ายเป็นโรคกลัวอันหรือไม่ ถ้ารู้สึกว่ามีแนวโน้มแล้วล่ะก็ รีบแก้ไขให้ไวก่อนจะสายไปนะคะ สุดท้ายนี้ก็อยากจะฝากให้สาวๆทุกคนหันมาดูแลตัวเองกันให้ถูกวิธี  ใส่ใจสุขภาพกันสักนิด อย่ามัวแต่คลั่งไคล้ความผอมจนละเลยสุขภาพ เพราะถ้าผอมแห้งแต่เหมือนคนขี้โรค  จะไปน่ามองเท่ากับร่างกายที่ดูสุขภาพดีและแข็งแรงได้ยังไงล่ะคะ  ลองเริ่มจากการเปิดใจยอมรับ พอใจในสิ่งที่เราเป็น แล้วชีวิตจะมีความสุขแน่นอนค่ะ   

สาวคลั่งผอมต้องอ่าน!!...โรคกลัวอ้วน ภัยร้ายสำหรับคนอยากผอมไม่ลืมหูลืมตา!

สาวคลั่งผอมต้องอ่าน!!...โรคกลัวอ้วน ภัยร้ายสำหรับคนอยากผอมไม่ลืมหูลืมตา!



  
    

เมื่อ : 18 มิ.ย. 2558 11:07:32

Recommended Tips!